Inferiority complex to become an outstanding guy.
จากปมด้อย สู่ ปมเด่น
ผมเชื่อในพรสวรรค์ประมาณ 60 พรแสวงประมาณ 40
คนที่มีพรสวรรค์มากๆ จนเต็ม 60 และได้รับการฝึกฝนอย่างดีเยี่ยมจากพรแสวง เขาย่อมไปได้ใกล้กับ 100
กับอีกคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ไม่มากนัก ให้สัก 30 แต่เขามีพรแสวงเต็มที่ 40 เขาก็ไปได้ไกลได้ถึง 70 แต่ก็ยังไม่เท่ากับคนที่มีพรสวรรค์ที่จะทำได้อย่างเต็มที่
แต่จะหาคนที่มีพรสวรรค์อย่างนั้นได้จริงๆเนี่ย หายากอยู่นะ
ในโลกฟุตบอลมี ลีโอเนล อังเดรส เมสซี่ (ลีโอเนลเมสซี่ ในวัยเด็กป่วยเป็นโรค growth hormone deficiency หรือ GHD เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายไม่เจริญเติบโต
แต่การรักษาทำให้เขามีส่วนสูง 169 เซนติเมตร หากใครไม่รู้จักเมสซี่ ผมจะเล่าให้ฟังย่อๆว่า คือ โคตรสุดยอดแห่งนักฟุตบอลตลอดกาลเลยก็ว่าได้ คือหนึ่งในคนที่มีพรสวรรค์ของแท้ และพร้อมด้วยพรแสวง เขาจึงไปได้โคตรไกล
คนไทยใช้คำว่า พร "สวรรค์" ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Gift from god. หรือสิ่งที่ได้รับมาจากพระเจ้า
ผมมองว่าพรสวรรค์ แท้จริงแล้วคือ Physical advantage คือ การได้เปรียบทางกายภาพนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางสมอง หรือร่างกาย
คนที่มีพรสวรรค์จึงสามารถเรียนรู้ หรือทำอะไรได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะบกพร่องในเรื่องบางเรื่องก็ตาม
หรือน้องเฟียน (ฉายา ฟีโธเฟียน) ที่มีความบกพร่องทางการอ่าน หรือโรค Dyslexia
ภาพที่เห็นจากหนังสือก็จะประมาณนี้
ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้มองเห็นอะไรเป็นภาพเบลอนะครับ เขามองเห็นปกติ เพียงแต่ เขามีความบกพร่องในการตีความอักขระจากสายตาไปสู่สมอง ทำให้คนเหล่านี้จะอ่านหรือเขียนหนังสือได้ ต้องใช้เวลานานกว่าคนปกติ มาก......ก.ไก่หลายตัว เป็นพิเศษ
ตัวอย่างการเล่นเปียโนของ น้องบีโทเฟียน หรือน้องเฟียนครับ ลองไปฟังดูกันเลยจะรู้ว่า ผู้ใหญ่อย่างเราทั่วๆไป ที่ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ไม่มีทางที่จะเล่นให้เก่งได้ในระยะเวลาอันสั้นแน่นอน
แน่นอนว่า ศักยภาพคนเราย่อมแตกต่างกัน ลีโอเนล เมสซี่ ตัวเล็ก แต่ก็มีความสามารถทางด้านฟุตบอล และความคล่องตัวของเขา น้องเฟียนเองก็มีพรสวรรค์เช่นกัน
ทีนี้หลายคนอาจจะมองกลับไปคิดตนเองว่า เรามีพรสวรรค์ด้านใดกันนะ อะไรกันเล่าที่เราจะโดดเด่น นึกไปนึกมา อาจจะร้องว่า อุ๊ต๊ะ ไม่มีเลยนี่หว่า
แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ครับ
ทัศนคติหรืออารมณ์เป็นตัวหลักในการกำหนดชีวิตเราเป็นส่วนใหญ่เลยครับ
เราอยากเป็นคนแบบไหน อยากทำแบบไหน อยากมีชีวิตแบบไหน ตัวเราเป็นปัจจัยหลักที่มีส่วนในการผลักดันความสำเร็จนั้นไปสู่ขั้นสูงได้เลย
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง จากถุงกล้วยแขกที่ซื้อมาจากปากซอย มีข้อความเกี่ยวกับสมการ "ความสำเร็จ" ความว่า...
ความสามารถ(พรสวรรค์) x ความพยายาม(พรแสวง) x ทัศนคติ = ความสำเร็จ
เราลองมาถอดสมการทีละตัวกันครับ ให้คนนี้เป็นคนทั่วๆไป
เราให้ความสามารถของคนเต็ม 100 ให้ 60
ความพยายามเต็ม 100 ให้ 40
ทัศนคติ 100 (เชื่อว่าจะต้องทำให้สำเร็จ)
ความสำเร็จคุณก็ได้ = 60x40x100 = 240,000 หน่วย (นี่มันเทพชัดๆ)
ทีนี้ลองมาแทนสมการถึงคนที่โคตรมีพรสวรรค์แล้วกันนะครับ
ให้ความสามารถเต็ม 100 ให้ 100
ความพยายามเต็ม 100 ให้ 100
ทัศนคติ 100 ได้ -100 (ไม่เชื่อเลยว่าจะทำได้สำเร็จ)
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมีความพยายามเท่าไหร่ มีความสามารถแค่ไหน เมื่อเอามาคูณกับตัวเลขที่เป็น ลบ
คำตอบคุณย่อมได้ ลบ เสมอ คือ ความสำเร็จติดลบ
ทำไมถึงต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ ความสามารถมีไม่ถึง 100
ความพยายาม ก็มีไม่ถึง 100 เช่นเดียวกัน
แต่ผมมีทัศนคติต่างจากคนทั่วไปคือ
ผมเป็นคนถูกดูถูกเหยียดหยาม (bullying) มาตั้งแต่เด็กๆครับ
นิ้วมือผมสั้นเนื่องจากเป็นโรค Brachydactyly เป็นโรคที่พบหายากพอสมควรและไม่ส่งต่อทางกรรมพันธุ์ไปได้ง่ายๆ
ตอนเด็กๆก็จะโดนล้อว่า ไอ้นิ้วสั้น ไอ้นิ้วด้วน แม้กระทั่งครู ก็เอาผมไปล้อหน้าชั้นเรียนนะครับ
ด้วยทัศนคติของผมที่อยากเอาชนะปมด้อย จึงหัดเล่นกีต้าร์ และหัดพิมพ์ดีด จนได้รางวัลมาทั้งสองอย่าง
ดอนเด็กๆเล็กๆ เคยโดนเด็กอู่ดูถูกว่า อ่านยี่ห้อรถยนต์ภาษาอังกฤษไม่ออก (แต่จริงๆเป็นรถอิตาลีนะเฮ๊ย) รถยี่ห้อนั้นก็คือ FIAT หรือย่อมาจาก FABBRICA ITALANA AUTOMOBILI TORINO ซึ่งผมอ่านไม่ออกครับ เด็กวัยประมาณ ป.3 ป.4
ด้วยทัศนคตินี้จึงทำให้ผมพยายามเรียนภาษาอังกฤษ จนได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ
อีกเรื่องหนึ่งที่นำมาผมมาสู่อาชีพ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก็คือ ตอนเด็กๆเคยไปเล่นร้านเกมส์กับเพื่อน ซึ่งก็คือเครื่องเล่นเกมส์ Play station หน้าตาเป็นแบบนี้เลยครับ
เพื่อนมันใช้ให้ผมไปเปลี่ยนแผ่นเกมส์ สมัยนั้นผมหาปุ่มเปิดแผ่นซีดีออกไม่เจอ ก็ทำอะไรไม่ถูก หาแกะข้างๆเครื่องบ้าน กดปุ่มนั้น นี้บ้าง จริงๆเราก็น่าจะหาเจอแหละ แต่เวลาที่ว่ามาผ่านไปไม่ถึง 3 วินาที เพื่อนก็ล้อเราแล้วว่า โธ่ไอ้ควาย บ้านนอกจริงมึง แค่นี้ก็เปิดแผ่นไม่เป็น
คำพูดนั้นก็สะท้อนดังก้องในจิตใจผมครับ แต่ด้วยตอนที่เด็กๆเราชอบเกมส์ + สงสัยอยู่ว่า วงจรตลับเกมส์ หรือแผ่นเกมส์ มันทำงานยังไง โตขึ้นมาก็อยากเล่นเกมส์
แต่พอมีเสียงก้องแบบนี้ในหัวปุ๊บ ทำให้นึกได้ว่า โตมา กู..จะ..เรียน..คอม...
เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกคับแค้นใจมันก็หายไปนะครับ ผมไม่ได้กลับไปต่อยเพื่อน ต่อยครู ต่อยเด็กอู่ หรืออย่างไรนะครับ ผมรู้สึกกลับคิดถึงพวกเขา และความสัมพันธ์ดีๆดังกล่าวก็ยังคงอยู่ แต่ด้วยความที่แรงผลักดัน มันคงมีแรงเฉื่อยอยู่ คือ ความโกรธหายไป ความฟิตยังมีอยู่ เลยทำให้ผมเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จได้เรื่อยมา
ที่พิมพ์มายืดยาวไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่งหรือดีอะไรนะ แค่เปลี่ยนทัศนคติ ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปได้ไกลตั้งมากมายแล้ว
ตอนนี้ถ้าอกหัก หรือผิดหวัง หรือมีใครมาดูถูกผม ไอ้จน ไอ้โง่ ขอร้องเหอะ อย่าดูถูกผมเลย
ผมไม่อยากเป็นเศรษฐี หรือไม่อยากเป็นศาสตราจารย์แล้ว แค่นี้ชีวิตก็สุขสบายเพียงพอแล้ว ชื่นชมกันบ้าง
(ล้อเล่นน่ะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก..)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น