รูปเส้นทางการเดินเรือของเจิ้งเหอ สีแดงผ่านประเทศต่างๆ
ประวัติโดยย่อของเจิ้งเหอ เกิดในตระกูลมุสลิม มีชื่อว่า มูฮัมหมัด อับดุลญัญบาร์ โดยมีการเดินทางสำรวจทางทะเลเป็นระยะเวลา 28 ปี มากกว่า 37 ประเทศ และมีระยะทางมากกว่า 50000 กิโลเมตร การเดินทางของเจิ้งเหอตรงกับสมัยสมเด็จพระรามราชาธิราช ราชวงศ์อู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยา
ด้วยเกียรติประวัติของเจิ้งเหอ ทำให้การพัฒนาการเดินเรือสำเภาของจีนมีความเจริญก้าวหน้า และก่อให้เกิดการอพยพต่อภายหลังของชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ช่องแคบมะละกา เป็นแหล่งค้าขายของเหล่าพ่อค้าวาณิชย์ ที่ต้องเดินทางระหว่างชาติตะวันออกไปสู่ชาติตะวันตก หรือชาติตะวันตกไปสู่ชาติตะวันออก ดังนั้น สิงคโปร์ มาเลเซีย จึงมีชาวจีนมาอพยพมาอาศัยอยู่เยอะมาก และนั่นก็รวมถึงรัฐปาตานี-มาลายูตอนล่าง ซึ่งปัจจุบันก็คือ 3 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ด้ามขวานของประเทศเรานั่นเอง
จึงทำให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย มีการปะปนหลากหลายทางเชื้อชาติมากยิ่งขึ้น หรืออาจกล่าวได้ว่า หากเราเห็นพี่น้องมุสลิม ผิวขาวๆ ตาตี่ๆ อยู่ที่ชายแดนใต้ก็ไม่ต้องแปลกใจ พี่น้องเหล่านั้นอาจมีบรรพบุรุษ (Ancestors) สืบทอดเชื้อสายมาจากชาวจีนนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเริ่มตำนาน มัสยิดกรือเซะ และศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
แต่เดิมมีตำนานเล่าขานว่า กอเหนี่ยว แซ่ลิ้ม สตรีชาวจีนราชวงศ์หมิง ได้เดินทางมาตามหาพี่ชายที่ชื่อลิ้มเตาเคียน (หรือลิ้มโต๊ะเคี่ยม) ได้เดินทางมาค้าขายที่ปัตตานี และไม่ยอมกลับบ้าน ด้วยความที่ครอบครัวเป็นห่วง นางกอเหนี่ยว แซ่ลิ้ม หรือลิ้มกอเหนี่ยว จึงแว้นเรือสำเภา ไม่ใช่ (ไม่ใช่กาโบะนะ จะได้แว้น) จึงแล่นเรือสำเภามาตามหาพี่ชายที่หายสาบสูญไป โดยนางตั้งปฏิญญาสาบานว่า หากนางทำการไม่สำเร็จ นางจักกระทำการอัตวิบากกรรมฆ่าตัวตายเสีย
เมื่อนางเดินทางมาถึงปัตตานีและออกตามหาพี่ชาย กลับพบว่านายลิ้มเตาเคียนพี่ชายของนางกำลังก่อสร้างมัสยิดที่บริเวณบ้านกรือเซะอย่างขมักเขม้น และได้บอกกับนางลิ้มกอเหนี่ยวว่า จะขออาศัยอยู่ที่นี่ เนื่องจากเป็นมุสลิม และได้แต่งงานมีครอบครัวแล้ว
นางลิ้มกอเหนี่ยวเกิดความเสียใจมากที่ไม่อาจทำการสำเร็จ จึงผูกคอตายบริเวณใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ใกล้กับมัสยิดกรือเซะนั่นเอง
และด้วยความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจของนางลิ้มกอเหนี่ยว ทำให้ผู้คนมีความนับถือในความเด็ดเดี่ยวของจิตใจนาง จึงนำต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนั้นมาแกะสลักเป็นรูปนาง และประดิษฐ์สถานอยู่ในศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
จึงกล่าวได้ว่า ตำนานมัสยิดกรือเซะ และศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หาใช่อื่นใด หากแต่เป็นพี่ชายน้องสาว ร่วมชาติกันมานั่นเอง เป็นตำนานหนึ่งในความโศกเศร้าก็จริง แต่อีกนัยหนึ่งที่อยากให้ชนรุ่นหลังตระหนักรู้ว่า แท้จริงแล้วต้นกำเนิดมาจากรากเดียวกัน
ภาพศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง
เป็นศาลเจ้าประจำชุมชนของชาวจีนประจำเมืองปัตตานี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของปัตตานีสืบเรื่อยมา
รูปภาพมัสยิดกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโล๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
แต่เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงตำนาน หากท่านต้องการอ่านประวัติศาสตร์ที่เป็นจริงแบบไม่บิดเบือนสามารถติดตามอ่านต่อได้ที่ http://news.muslimthaipost.com/news/27367
เรียบเรียงโดย กาปูด
แรงบันดาลใจโดย กาโบะ
แหล่งที่มาอ้างอิง https://program.thaipbs.or.th/SpiritofAsia/episodes/52415
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%AD
http://region6.prd.go.th/ewt_news.php?nid=12200&filename=index
https://www.touronthai.com/article/3306



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น