ความจริงไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องส่วนตัวเองมากนัก เพราะรู้สึกเกรงใจคุณผู้อ่านที่ต้องมาเสียเวล่ำเวลาให้กับคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือมีโปรไฟล์ประสบความสำเร็จในชีวิตที่ดังระดับโลก
ผมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลางที่มีทุกอย่างพร้อมมาตั้งแต่เด็ก ค่อนข้างถูกเลี้ยงดูแบบตามใจ โดยเฉพาะการให้อิสระทางความคิด การคบเพื่อน การเรียน การนับถือศาสนา การคบแฟน รวมถึง การแต่งกายอย่างไรใช้ชีวิตอย่างไร
ที่พูดถึงเรื่องการแต่งกายรวมเข้ามาด้วยนี่ คิดว่าพ่อคงสบายใจพอสมควร เพราะ ตอนเล็กๆชอบเอาลิปสติกแม่มาเขียนแต่งแต้มทาปากเล่น แต่พอเข้าประถมศึกษาก็เลิกเล่นไปเอง พ่อคงคิดว่า อย่างน้อยไม่ได้ลูกสาวคงโชคดีแล้ว
ด้วยความที่ได้รับอิสระทางความคิด จึงเป็นคนที่ตรงไปตรงมาทางความคิดมาโดยตลอด ตั้งแต่การอ่านหนังสือ เล่นดนตรี แต่งเพลง เขียนบทกลอน ออกกำลังกาย และทำสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก จนมีความเคยชินกับการที่ "สร้างเป้าหมายในชีวิต" เพื่อการเติบโต
เป้าหมายคือสิ่งหนึ่งที่สำคัญในชีวิต ผมจะพูดถึงความเชื่อของผมในประเด็นทั่วๆไปว่า หากชีวิตคนเราขาดเป้าหมาย ก็เหมือนเรือที่ไร้หางเสือ ซึ่งแน่นอนว่า เป้าหมายหลักพื้นฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สังคม เรามีสิ่งต้องการพื้นฐานง่ายๆคล้ายๆกันคือ
"ความสำเร็จในหน้าที่การงาน" - คือสามารถประกอบสัมมาอาชีพเพื่อเลี้ยงตนและครอบครัวได้
"ความสำเร็จในการศึกษา" - คือมีความรู้เพื่อดำรงตนในสังคมได้อย่างสงบสุข
"ความสำเร็จในความรัก" - คือการมอบความรักให้ผู้อื่น และ/หรือ เป็นที่รักของผู้อื่น
ความรักเป็นสิ่งหนึ่งที่กวีมักนำมาใช้พรรณาความรู้สึกให้ผู้ฟังได้เสพผ่านกลอน เสภา หนังลุง บทเพลง ยี่เก หรือลิเก ละคร บทกวี หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่น่าแปลกตรงที่ว่า ความรักมักไม่ค่อยได้ถูกสอนอย่างเป็นจริงเป็นจัง เป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนึ่งบทเรียน ทั้งๆที่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกันและเราอยู่ในโลกนี้คนเดียวไม่ได้โดยปราศจากความรักต่อกันและกัน
แต่ผมก็มาคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า ความจริงแล้วความรักมีอยู่หลายระดับ ในทัศนะคติของข้าพเจ้าแบ่งความรักต่อบุคคลหรือต่อสิ่งต่างๆ ออกเป็นระดับเหล่านี้
1.ชอบพอ/ความใคร่ - เป็นความรักที่เกิดขึ้นง่ายดายที่สุด กับมนุษย์ทั่วๆไปบนโลกใบนี้ เช่น วัยหนุ่มสาว ที่เห็นเพศตรงข้าม หล่อ สวย หรือมีความชอบพอ หรือมีความใคร่ปรารถนาอยากจะมีเพศสัมพันธ์ด้วยเพียงระยะเวลาสั้นๆ ข้าพเจ้าจัดอันดับความรักนี้เป็นอันดับที่ต่ำสุด และพลังความรักในข้อนี้บอบบางที่สุด เพราะ เมื่อต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการเพียงพอหรือสาสมใจแล้ว พวกเขาสามารถยุติความชอบพอ หรือความใคร่นี้ได้อย่างรวดเร็ว
2.ความรักระดับคู่รักที่ยังไม่ได้สมรสกัน (แฟนกัน) - เป็นความรักที่เหนือกว่าระดับความใคร่ มีความเห็นอกเห็นใจกัน ใส่ใจซึ่งกันและกันมากขึ้น แต่ยังไม่เหนียวแน่นเท่าความรักระดับเพื่อนฝูง ซึ่งเลิกรากันได้ง่ายกว่าการเลิกคบเพื่อน
3.ความรักต่อหน้าที่/เพื่อนร่วมงาน/เจ้านายลูกน้อง - เป็นความรักอีกระดับหนึ่งที่คนเราจะมอบให้ต่อกันได้ ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งเป็นเรื่องของความรักผิดชอบที่มีสูงขึ้นตามวัยวุฒิและคุณวุฒิ
4. ความรักระดับเพื่อนฝูง - เป็นสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นแฟ้นขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เช่น เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน บางครั้งความรักระดับนี้มาความรักระดับชอบพอ/ความใคร่ หรือความรักต่อเพื่อนร่วมงานที่พัฒนามาเป็นเพื่อนฝูงได้ ซึ่งความรักระดับนี้บางคนมากน้อยแตกต่างกันไป บางคนเป็นเพื่อนกันได้ทั้งชีวิต บางคนสามารถตายทดแทนกันได้ บางคน 10-20 ปีก็เลิกคบกัน สามารถตัดขาดได้ด้วยผลประโยชน์ หรือความอิจฉาริษยาเช่นกัน จึงเป็นความรักในระดับที่แน่นแฟ้นพอประมาณ
5.ความรักระดับสายเลือดพี่น้อง - เป็นความรักที่เกิดขึ้นง่าย แต่ต้องถูกปลูกฝังในครอบครัวพอสมควร ความรักระดับสายเลือดพี่น้องความจริงแล้วก็แน่นแฟ้นมาก แต่สามารถตัดขาดได้ด้วยผลประโยชน์บางอย่างเช่นกัน เช่น ทรัพย์มรดก
6.ความรักระดับสามีภรรยา - เป็นความรักในระดับความผูกพัน เอื้ออาทร ไมตรีจิตต่อกัน มีความแน่นแฟ้น และความมั่นคงสูงมากในระดับหนึ่ง และเป็นความสัมพันธ์ที่อาจยาวนานไปจนถึงบั้นปลายชีวิตของทั้งคู่
7.ความรักระดับพ่อแม่ ลูก - เป็นความรักที่แทบจะอยู่เหนือความรักอื่นใดในข้อข้างบน เป็นความรักที่มาจากความปรารถนาดี พลอยยินดี ห่วงหาอาทรณ์ เสียสละ เป็นระดับความรักที่ยิ่งใหญ่มากระดับหนึ่งที่เหนือกว่าความรักระดับสามีภรรยา
8.ความรักระดับเมตตา - จริงๆมีคำที่เป็นสากลอยู่คำหนึ่งคือคำว่า Merciful คือ ความรักในการปรารถนาดี ความปราณี ความเห็นอกเห็นใจ พลอยยินดีกับความสุข ความสำเร็จผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ความรักแบบนี้อาจเกิดได้กับทุกสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกใบนี้ เช่น สงสารสัตว์ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์โลก ความรักต่อธรรมชาติ ความรักต่อผู้ด้อยโอกาส เด็ก คนชรา ความรักในระดับนี้มักมีความคาดหวังต่อสิ่งตอบแทนน้อยมาก จึงเป็นความรักที่มีระดับความสุข ค่อนข้างสูง
9.ความรักระดับศรัทธา - เป็นความรักที่มีพลังสูงสุดที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้ ศรัทธาคือความเชื่อรูปแบบหนึ่งที่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจของมนุษย์ ผ่านการแสดงออกทางความคิด คำพูด และการกระทำ ความศรัทธาเป็นความรักที่เปลี่ยนแปลงได้ยากมากที่สุด จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรศรัทธาในสิ่งที่ดี
-----
ความรักทั้ง 9 ระดับข้างต้น ไม่ได้มาจากหนังสือเล่มใด ข้าพเจ้าใช้เวลาตรึกตรองจากประสบการณ์ และความรู้สึกนึกคิดองค์ความรู้ของข้าพเจ้าเอง ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ตรงเสมอไป เช่น บางคนรักเพื่อน มากกว่าพี่น้องของตนเอง บางคนทอดทิ้งลูก บางคนไม่ศรัทธาในอะไรเลย หรือแม้แต่บางคนรักใคร่ชอบพอกันกระทำผิดประเวณี แต่ต้องมาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาก็มี
แล้วความรักคืออะไร ข้าพเจ้าเคยตั้งคำถามและขบคิดปรัชญาเหล่านี้หลายครั้ง โดยเข้าไปศึกษาใน ประเด็น
‘จิตวิทยาวิวัฒนาการ’ (evolutionary psychology) ซึ่งอธิบายไว้ว่า ความรักเป็นการเอาตัวรอดของมนุษย์ในอดีต เช่น เพื่อการสืบพันธุ์ หรือใช้ในการต่อรอง หรือร้องขอความช่วยเหลือ เป็นต้น
นักวิทยาศาสตร์พยายามทำการทดลองโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ
1.ระดับฮอร์โมนทำงาน เช่น ฮอร์โมนเพศชายเทอร์เทสเตอร์โรนหลั่ง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน กับ โปรเจสเตอร์โรนของเพศหญิงทำงานเมื่อเห็นเพศตรงข้ามน่าดึงดูดหรือน่าสนใจ
2.ช่วงตกหลุมรัก สารโดปามีน (สารแห่งความสุขที่หลั่งออกมาเมื่อได้รับสิ่งที่สมปรารถนา) เช่น เมื่อกินอาหารที่ชอบ ของหวาน ของอร่อย หรือแม้แต่เสพสมทางกามอารมณ์ เป็นต้น สมองจะจดจำและบอกให้ร่างกายต้องสรรหาสิ่งเหล่านี้มาอีก
3.ช่วงผูกพัน สารออกซิโตซินจะหลั่งออก เมื่อคู่รักผ่านช่วงเวลาหนึ่งไป และไม่ได้ตื่นเต้นในความรักอีกต่อไปแล้ว ความผูกพันนี้จะทำให้สมองหลั่งสารออกซิโตซิน ซึ่งเป็นสารเดียวที่หลั่งตอนแม่กำลังคลอดลูก ทำให้เกิดความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ช่วยให้แม่หลั่งน้ำนม จึงเรียกได้ว่าเป็นสารแห่งมวลมนุษยชาติก็ว่าได้
โลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างกันไป ด้วยความด้อยปัญญากอปรกับความอยากรู้อยากเห็น ข้าพเจ้ามักใช้เวลาเพียรอ่านหนังสือหรือสิ่งต่างๆและขบคิดสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ ว่า จริงๆแล้วความรักเราสามารถมอบให้ใครก็ได้ ในเวลาใดก็ได้ ความรักไม่ใช่พลังงานแต่เป็นความรู้สึก ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ และเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทางและอุณหภูมิ ในระดับของความเมตตา ความยากของการรักสิ่งต่างๆ คือ การไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน แต่หากทำได้มันถือว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มากๆ
สำหรับผมแล้ว ผมจะพยายามรัก ผมรักพ่อแม่ ผมรักพี่น้อง ผมรักเพื่อน ผมรักหลานสาว ผมรักคนที่เข้ามาอ่าน ด้วยความรักที่ไม่ต้องพึ่งหวังสารโดปามีน สารออกซิโตซิน หรือสารใด ความรักที่ไม่จำกัดด้วยเวลาและระยะทาง ความรักที่ปรารถนาดีที่จะเห็นคนที่เรารักมีความสุข หรือแบ่งปันความทุกข์เพื่อนคลายทุกข์ และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มองโลกในแง่ดีซึ่งกันและกัน
หลายคนอาจมองว่า เพ้อเจ้อไร้สาระ แต่ทุกคนปฏิเสธไมไ่ด้ว่า ความรักจริงๆจำเป็นต่อตัวเรามาก เพราะแม้หากเราไม่รักตัวเองแล้ว เราจะมีชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างไร
ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับผม ว่าผมสมควรจะรักท่าน ท่านช่วยบอกเหตุผลดีๆมาสักสิบข้อภายใต้กระทู้นี้ให้ผมฟังหน่อยสิว่า "เหตุใดเราจึงไม่ควรรักกัน?"
สุดท้ายขอฝากรูปตู้หนังสือที่ผมเคยรักและหวงแหนมาก แต่ปัจจุบันมันได้จากไปแล้ว(ตู้ผุ เหลือแต่หนังสือ)
นอกจากความรักต่อบุคคลที่ผมมี ผมก็รักหนังสือเช่นกัน
เขียนโดย กาปูด
แรงบันดาลใจโดย กาโบะ